การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
15603
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2550/10/13
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1609 รหัสสำเนา 28161
คำถามอย่างย่อ
เพราะเหตุใดอัลกุรอานจึงเป็นโองการ โองการ? และซูเราะฮฺใดจากซูเราะฮฺต่างๆ ที่ได้ประทานแก่นะบี (ซ็อลฯ) ในครั้งเดียว?
คำถาม
สาเหตุที่อัลกุรอานแบ่งเป็นโองการ โองการคืออะไร? และมีกี่ซูเราะฮฺที่ได้ประทานแยกลงมาแก่นะบี (ซ็อลฯ)
คำตอบโดยสังเขป

อัลกุรอานถูกประทานลงมาในสองลักษณะกล่าวคือ ลงมาคราวเดียวกัน และทยอยลงมา (เป็นโองการ โองการ และเป็นซูเราะฮฺ ซูเราะฮฺ) ขณะเดียวกันได้มีเหตุผลกล่าวไว้ถึงการทยอยประทานลงมา เช่น :

1.เพื่อสร้างความมั่นคงแก่จิตใจของนะบี

2.เพื่อความต่อเนื่องของวะฮฺยู และการทยอยประทานลงมานั้นได้สร้างความอบอุ่นใจแก่ท่านนะบี (ซ็อลฯ) และบรรดามุสลิมทั้งหลาย

3.เพื่อจะได้ทิ้งช่วงในการอ่านแก่ประชาชน เป็นการง่ายดายต่อการจดจำของพวกเขา สามารถคิดใคร่ครวญได้อย่างรอบคอบ และจดจำได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นยังให้ความรู้และการปฏิบัติตามใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

และเนื่องจากว่ามีประเด็นเรื่องราวถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานมากมาย ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้องจัดแบ่งประเด็นเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่ และหมวดหมู่เหล่านั้น ที่มีความเหมาะสมกันยังถูกจัดไว้ในหมวดเดียวกัน ซึ่งแยกไปจากหมวดอื่น ด้วยเหตุนี้เอง จึงเห็นว่าอัลกุรอานถูกจัดเป็นโองการๆ และเป็นบทแยกต่างหาก

สิ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงขอบข่าย การเริ่มต้น และสิ้นสุดของทุกโองการ ได้ถูกกระทำขึ้นตามคำสั่งของท่านนะบี (ซ็อลฯ) ซึ่งจำเป็นต้องยอมรับสิ่งนั้นโดยปริยาย แน่นอน อัลกุรอานบางบทอาจมีขนาดเล็ก และถูกประทานลงมาในคราวเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดต่อไปในคำตอบโดยละเอียด

คำตอบเชิงรายละเอียด

มิต้องสงสัยเลยว่า อัลกุรอานได้ถูกทยอยประทานลงมาแก่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ตลอดระยะเวลาภายใน 23 ปี อีกด้านหนึ่งเรากล่าวว่า : “อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอนในคืนเดียว”[1] โองการอธิบายให้เห็นว่า อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอน ทำนองเดียวกันบางโองการกล่าวว่า "إِنَّا أَنْزَلْناهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْرِ"[2] และโองการที่กล่าวว่า

 "إِنَّا أَنْزَلْناهُ فِي لَيْلَةٍ مُبارَكَةٍ"[3] แสดงให้เห็นว่าอัลกุรอาน ได้ถูกประทานลงมาทั้งหมดภายในคืนเดียวกัน ดังนั้น เมื่อเปรียเทียบกันทั้งสามโองการ ทำให้ประจักษ์ชัดว่า และคืนนั้น คือคืนหนึ่งในเดือนรอมฎอน

รายงานฮะดีซบางบทได้กล่าวเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ว่า อัลกุรอาน ได้ถูกประทานลงมาในสองลักษณะ กล่าวคือ :

ฮัฟซ์ บิน ฆิยาษ เล่าว่า เขาได้ถามท่านอิมามญะอฺฟัร อัซซอดิก (อ.) ว่า การที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสไว้ในโองการหนึ่งว่า : شَهْرُ رَمَضانَ الَّذِي أُنْزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งการประทานกุรอาน ขณะที่อัลกุรอาน ได้ถูกทยอยประทานลงมาตั้งแต่แรก จนจบภายในระยะเวลา 23 ปีนั้นหมายถึงอะไร? กล่าวว่า  : อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาในคราวเดียวกันทั้งหมด ภายในเดือนรอมฎอน ณ บัยตุลมะอฺมูร หลังจากนั้นได้ทยอยประทานลงมาภายในระยะเวลา 23 ปี[4] ขณะที่รายงานจากฝ่ายอะฮฺลิซซุนนะฮฺ กล่าวถึง บัยตุลอิซซะฮฺ แทนคำว่าบัยตุลมะอฺมูร

ตัฟซีรซอฟียฺ บทนำที่เก้าอธิบายว่า บัยตุลมะอฺมูร หมายถึงหัวใจของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) : ประหนึ่งว่าวัตถุประสงค์คือ การประทานอัลกุรอานลงมาที่หัวใจของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสไว้อีกที่หนึ่งว่า "نَزَلَ بِهِ الرُّوحُ الْأَمِينُ عَلى‏ قَلْبِكَ" ได้ประทานรูฮุลอามีนลงมายังหัวใจของเขา โดยทยอยประทานออกจากหัวใจของเขา ไปสู่คำพูดภายในระยะเวลา 23 ปี เวลานั้น ญิบรออีลจะลงมาเพื่ออ่านวะฮฺยูเป็นคำแก่เขา

ส่วนสาเหตุของการทยอยประทานลงมา :

ในสมัยของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น หรือมุสลิมประสบกับชะตากรรมและปัญหา หรือในการติดต่อระหว่างกัน หรือเพื่อขจัดอุปสรรคปัญหา หรือเพื่อต้องการตอบข้อสงสัยและคำถามต่างๆ ที่ได้ถูกตั้งขึ้นในสมัยนั้น โองการกลุ่มหนึ่งหรืออัลกุรอานบางบทจึงได้ถูกประทานลงมา

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการประทานโองการลงมา โดยทั่วไปเรียกว่า สาเหตุแห่งการประทานลงมา ซึ่งการรู้จักถึงสาเหตุของการประทานลงมาก่อน จะช่วยสร้างความเข้าใจอันลึกซึ้งต่อโองการเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นตลอดระยะเวลา 23 ปี ทั้งก่อนและหลังการอพยพของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) อัลกุรอานจึงได้ถูกทยอยประทานลงมา ตามเหตุการณ์ และความเหมาะสม ซึ่งการประทานลงมาลักษณะนี้ บางครั้งก็เป็นโองการๆ และบางครั้งก็เป็นทั้งซูเราะฮฺ จนกระทั้งถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตอันจำเริญของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) หลังจากโองการต่างๆ ที่ถูกประทานลงมา ได้ถูกรวบรวมขึ้นเป็น อัลกุรอาน

การประทานลงมาในลักษณะนี้ ถือเป็นคุณลักษณะพิเศษประการหนึ่งของอัลกุรอาน ที่แตกต่างไปจากคัมภีร์แห่งฟากฟ้าฉบับอื่นๆ เนื่องจากคัมภีร์ ซุฮุฟ ของศาสดาอิบรอฮีม และอัลวาฮฺ ของมูซา (อ.) ได้ประทานลงมาในคราวเดียวกันทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เอง จึงกลายเป็นที่โจมตีของบรรดามุชริกีน อัลกุรอานกล่าวว่า : บรรดาผู้ปฏิเสธกล่าวว่า ทำไมอัลกุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่เขาครั้งเดียวกันทั้งหมด? ได้มีคำตอบแก่พวกเขาว่า “เช่นนั้นแหละ เพื่อเราจะทำให้หัวใจของเจ้ามั่นคงหนักแน่น (ด้วยเหตุนี้) เราจึงได้ทยอยอ่านแก่เจ้า”[5] บางที่พระองค์ตรัสว่า “อัลกุรอาน (โองการ) นี้ เราได้แยกไว้อย่างชัดเจน เพื่อเจ้าจะได้อ่านแก่มนุษย์อย่างช้าๆ และเราได้ทยอยประทานลงมาเป็นขั้นตอน”[6] อัลลามะฮฺ เฏาะบาเฏาะบาอียฺ (รฮ.) อธิบายไว้ในตัฟซีร อัลมีซานถึงประเด็นที่มีค่าอย่างยิ่งว่า : โองการเหล่านี้ นอกจากบริบทแล้วยังได้ครอบคลุมความรู้ทั้งหมดของอัลกุรอาน ซึ่งความรู้เหล่านั้นอยู่ ณ อัลลอฮฺ ในรูปของคำและประโยค ซึ่งนอกจากการทยอยประทานลงมาแล้ว มนุษย์จะไม่เข้าใจความหมาย, ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงต้องทยอยประทานลงมา อันเป็นคุณลักษณะพิเศษอันเฉพาะสำหรับโลกนี้ เพื่อประชาชนจะได้สามารถทำความเข้าใจ และคบคิดสิ่งนั้น อีกทั้งยังสะดวกต่อการท่องจำ ฉะนั้นตามที่กล่าวมา โองการข้างต้นจึงให้ความหมายดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

« إِنَّا جَعَلْناهُ قُرْآناً عَرَبِيًّا لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ وَ إِنَّهُ في‏ أُمِّ الْكِتابِ لَدَيْنا لَعَلِيٌّ حَكيم‏ »[7]

แท้จริง เราได้ประทานคัมภีร์เป็นกุรอานภาษาอาหรับ เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญา แท้จริงอัลกุรอาน อยู่ในแม่บทแห่งคัมภีร์ ณ ที่เรา คือสูงส่งพรั่งพร้อมด้วยวิทยา สิ่งที่กำลังกล่าวถึงคือ วิทยปัญญาของการทยอยประทานลงมาของอัลกุรอาน และความใกล้ชิดระหว่างวิทยปัญญาและการปฏิบัติตามอัลกุรอาน กับการได้รับศักยภาพทั้งหมด[8] ในความก้าวหน้าของประชาชาติ การประทานอัลกุรอาน โดยทยอยลงมาเป็นบทๆ หรือเป็นโองการ ก็เพื่อให้ประศักยภาพทั้งหมดของประชาชน เกิดความก้าวหน้า และพัฒนาด้านวิชาการอันเป็นหลักของความศรัทธา และบทบัญญัติซึ่งถือเป็นหลักในการปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นที่ความเหมาะสมและความพอดีสำหรับปวงมนุษย์ และสิ่งนี้ก็คือ ความใกล้ชิดกันระหว่างวิทยปัญญาของอัลกุรอาน กับการปฏิบัติ เพื่อให้มนุษย์ไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการศึกษาวิชาการ และบทบัญญัติ เขาจะได้รับวิชาการติดต่อกันอันต่ออัน เพื่อว่าจะได้ไม่ประสบปัญหาเฉกเช่นคัมภีร์เตารอต ที่ได้ประทานลงมาในคราวเดียวกัน อันเป็นสาเหตุทำให้ชาวยิวไม่มีการพัฒนาด้านวิชาการ จนกระทั่งว่าถ้าหากอัลลอฮฺ ไม่นำภูเขาชูขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา พวกเขาก็ไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง”[9]

ในทำนองเดียวกันสามารถเข้าใจได้จากอัลกุรอาน ถึงวิทยปัญญาของการทยอยประทานอัลกุรอานลงมา เพื่อให้ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และบรรดามุสลิมมีความรู้สึกว่า ตนได้ร่วมอยู่ในความการุณย์ของพระผู้อภิบาลเสมอ และพวกเขามีความสัมพันธ์กับอัลลอฮฺอย่างแนบแน่น ดังนั้น การที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความอบอุ่นและความมั่นใจ ให้เกิดแก่จิตใจของพวกเขา[10]

ดังนั้น การประทานอัลกุรอานในช่วงเวลาต่างๆ และตามความเหมาะสม และรวมรวมขึ้นเป็นบทต่างๆ ในรูปแบบของคัมภีร์ ซึ่งเรียกว่า “กุรอาน” จำนวนโองการต่างๆ ในแต่ละบทนั้นถือว่าเป็นคำสั่งที่เป็นการกำหนดไว้แล้ว โดยเริ่มต้นจากบทที่เล็กที่สุด (บทเกาษัร ซึ่งมีอยู่ 3 โองการ) จนถึงบทที่ใหญ่ที่สุด (บทบะเกาะเราะฮฺมีทั้งสิ้น 286 โองการ) ซึ่งการรวบรวมโองการและบทนั้น ได้รับคำสั่งอันเฉพาะจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันโดยปราศจากการยุ่งเกี่ยว ซึ่งเป็นคำสั่งอันเร้นลับซ่อนอยู่ในนั้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับปาฏิหาริย์ของอัลกุรอาน และมีความเหมาะสมกับโองการเหล่านั้น[11]

ในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับวิธีการจัดวางบท จากโองการต่างๆ จำเป็นต้องกล่าวว่า : การเรียบเรียง, ความเป็นระบบและจำนวนโองการในบทต่างๆ ได้ถูกรวบรวมขึ้นในสมัยของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) โดยปฏิบัติไปตามคำสั่งของท่าน อันถือว่าเป็นการกำหนด ซึ่งจำเป็นต้องยอมรับและต้องอ่านไปตามนั้น ในแต่ละบทจะมีบิสมิลลาฮฺ ถูกประทานลงมาตอนต้นของทุกๆ บท และโองการต่างๆ ได้ถูกบันทึกเรียงไว้ตามวาระของการประทานลงมา จนกระทั่งบิสมิลลาฮฺ ถูกประทานลงมาเท่ากับบทใหม่ได้เริ่มต้นแล้ว และนี่เป็นระเบียบทางธรรมชาติของโองการ บางครั้งก็เกิดสิ่งที่ขัดกับธรรมชาติ โดยท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้รับการบ่งชี้จากญิบรออีล เพื่อว่าให้โองการนั้นขัดกับธรรมชาติของความเป็นระเบียบ ในบทอื่น เช่น โองการที่กล่าวว่า [12]« وَ اتَّقُوا يَوْماً تُرْجَعُونَ فيهِ إِلَى اللَّهِ ثُمَّ تُوَفَّى كُلُّ نَفْسٍ ما كَسَبَتْ وَ هُمْ لا يُظْلَمُونَ»  ซึ่งกล่าวว่าเป็นโองการสุดท้ายที่ถูกประทานลงมา แต่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้สั่งให้เอาโองการดังกล่าววางไว้ระหว่างโองการที่กล่าวถึง ดอกเบี้ย และโองการที่กล่าวถึง ดีน ในบทบะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 281

ด้วยเหตุนี้ การบันทึกโองการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไปตามระเบียบของธรรมชาติ หรือเป็นไปตามกำหนดด้วยคำสั่งของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่ก็มิได้หมายความว่าในทุกๆ เมื่อจบเรื่องแล้ว จะเป็นการสิ้นสุดโองการ แล้วกี่มากน้อยแล้วที่เรื่องราวได้จบลงตอนตรงกลางของโองการ และไปต่อเรื่องในโองการอื่นหลังจากนั้น ดังนั้น ไม่ว่าโองการจะสั้นหรือยาวก็มิได้ขึ้นอยู่เรื่องราว สิ่งนี้เป็นคำสั่งที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งอดีตมีความขัดแย้งกันอยู่บ้างเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้เอง ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จึงมีคำสั่งให้หยุด และไม่

ส่วนบทต่างๆ ที่ได้ถูกประทานลงมาแก่ท่านนะบี (ซ็อลฯ) ในคราวเดียวกัน ประกอบด้วยบท : อัฎฎุฮา, อัลฟาติฮะฮฺ, อิคลาซ, เกาษัร, ตับบัต, บัยยินะฮฺ, นัซรฺ, อันนาส, ฟะลัก, มุรซะลาต, มาอิดะฮฺ, อันอาม, เตาบะฮฺ, มุรสะลาต, ซ็อฟ, อาดียาต, กาฟิรูน,[13]

 


[1] บทบะเกาะเราะฮฺ โองการ 185, "شَهْرُ رَمَضانَ الَّذِي أُنْزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ ".

[2] บทก็อดร์ โองการ 1.

[3] บทอัดดุคอน 3

[4] อัลกาฟียฺ, คัดลอกมาจากตัฟซีรซอฟียฺ, บทนำที่ 9

[5] บทอัลฟุรกอน, 32, กล่าวว่า وَ قالَ الَّذينَ كَفَرُوا لَوْ لا نُزِّلَ عَلَيْهِ الْقُرْآنُ جُمْلَةً واحِدَةً كَذلِكَ لِنُثَبِّتَ بِهِ فُؤادَكَ وَ رَتَّلْناهُ تَرْتيلاً

[6] บทอัลอิสรอ, 106, กล่าวว่า وَ قُرْآناً فَرَقْناهُ لِتَقْرَأَهُ عَلَى النَّاسِ عَلى‏ مُكْثٍ وَ نَزَّلْناهُ تَنْزيلا

[7] บทซุครุฟ, 3, 4

[8] เพื่อความก้าวหน้า และการบรรลุถึงศักยภาพของประชาชน

[9] เฏาะบาเฏาะบาอีย, มุฮัมมัดฮุซัยนฺ, ตัฟซีรมีซานฉบับแปล, เล่ม 13, หน้า 305, 306.

[10] มะอฺริฟัต, มุฮัมมัดฮาดี, อุลูมกุรอาน, กุม, มุอัซเซะเซะ ฟังฮังกี ตัมฮีด, 1380, หน้า 60-61.

[11] อุลูมกุรอาน, เล่มก่อนหน้านี้, หน้า 111

[12] บะเกาะเราะฮฺ 281

[13] อัสรอร,มุซเฏาะฟา,ดอเนสตันนีฮอเยะกุรอาน, ฮะซันซอเดะฮฺ, ซอดิก, กิลีด กุรอาน, หน้า 134.

 

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ด้วยการประกอบอิบาดะฮฺนานหลายพันปีของชัยฏอน แล้วมารไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺเลยหรือ?
    8030 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/10/22
    จากคำกล่าวของอัลกุรอาน ชัยฏอนมาจากหมู่ญิน ซึ่งญินนั้นมีภารกิจหน้าที่เช่นเดียวกับมนุษย์ตามคำกล่าวของท่านอิมามอะลี (อ.) : ชัยฏอนได้อิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺนานถึง 6,000 ปี ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นปีทางโลกหรือปีของปรโลก (ซึ่งหนึ่งวันของปรโลกเท่ากับ 1,000 ปี).ซึ่งความกรุณาอันยิ่งใหญ่และความการุณย์ที่มีต่ออิบลิสก็คือ ประการแรก มารได้ประสบความสำเร็จในการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ สอง เนื่องจากอิบาดะฮฺอย่างมากมายมหาศาลทำให้มารได้ยกระดับชั้นเทียบเท่ามลาอิกะฮฺ ซึ่งสิทธิพิเศษที่มารได้รับการช่วยเหลือก็คือ มารได้นั่งในชั้นเดียวกันกับมลาอิกะฮฺ ซึ่งเงื่อนไขของความสะอาดของพวกเขา และเป็นหนึ่งในระบบทางโลกก็คือ บุคคลใดก็ตามที่รู้จักมากระดับชั้นของหน้าที่ก็จะสูงตามไปด้วย, แต่ถ้าผิดพลาดเมื่อใดก็จะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง
  • การบริหารแอโรบิกมีฮุกุมอย่างไร?
    7692 สิทธิและกฎหมาย 2555/05/19
    สำนักงานท่านอายาตุลลอฮ์ อัลอุซมา คอเมเนอี โดยรวมแล้ว หากกระทำไปโดยเคล้าเสียงดนตรีประเภทที่เหมาะแก่การสังสรรค์อันเป็นบาป หรือมีส่วนกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หรือนำมาด้วยการกระทำที่ฮะรอมและการอันไม่ควรนั้น ถือว่าไม่อนุญาต สำนักงานท่านอายาตุลลอฮ์ อัลอุซมา ซิซตานี หากดนตรีดังกล่าวเหมาะแก่การทำบาป ต้องงดการฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ สำนักงานท่าอายาตุลลอฮ์ อัลอุซมา ศอฟี กุลพัยกานี หากกีฬาประเภทนี้มีการเต้นหรือบรรเลงดนตรี ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม คำตอบของท่านอายาตุลลอฮ์ มะฮ์ดี ฮาดาวี เตหะรานี มีดังนี้ หากกีฬานี้มิได้กระทำพร้อมกับดนตรีที่เป็นฮะรอม และไม่ก่อให้เกิดสิ่งที่ชั่วร้ายและการอันไม่ควรนั้น ถือว่าอนุญาต แต่ในกรณีที่กีฬานี้กระทำไปพร้อมกับการกระทำที่เป็นฮะรอม เช่นไม่คลุมฮิญาบ (ต่อหน้าผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอม) หรือมีการบรรเลงดนตรีที่จะกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หรือกรณีที่กีฬาชนิดดังกล่าวและการเคลื่อนไหวของร่างกายนั้น จะก่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ...
  • ถ้าหากรายงานที่กล่าวประณามการสั่งสมทรัพย์สมบัติถูกต้อง, ดังนั้น ทรัพย์สมบัติของคนเราหรือแม้แต่ทรัพย์สินของบรรดาอุละมาอฺจะอธิบายว่าอย่างไร?
    6902 ปรัชญาเศรษฐศาสตร์ 2554/11/21
    ประการแรก: รายงานที่กล่าวถึง,แม้ว่าจะมีสายรายงานที่อ่อนแอก็ตาม, แต่เมื่อพิจารณารายงานอื่นที่กล่าวถึงประเด็นนี้, ก็จะสามารถลบล้างความอ่อนแอของสายรายงานฮะดีซดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
  • กฏการโกนเคราและขนบนร่างกายคืออะไร?
    15292 สิทธิและกฎหมาย 2554/09/25
    เฉพาะการโกนเคราบนใบหน้า[1]ด้วยมีดโกนหรือเครื่องโกนหนวดทั่วไปถึงขั้นที่ว่าบุคคลอื่นเห็นแล้วกล่าวว่าบนใบหน้าของเขาไม่มีหนวดแม้แต่เส้นเดียว, ฉะนั้นเป็นอิฮฺติยาฏวาญิบถือว่าไม่อนุญาต
  • อิสลามมีทัศนะเกี่ยวกับการอ่านเร็วบางไหม? โปรดให้ความเห็นด้วยว่า อิสลามเห็นด้วยกับการอ่านเร็วไหมในประเด็นใด?
    20975 2555/05/17
    การอ่านเร็ว หรือการอ่านช้าขึ้นอยู่กับบุคคลที่ค้นคว้า ส่วนคำสอนศาสนานั้นมิได้ระบุถึงประเด็นเหล่านี้ แต่สิ่งที่กล่าวถึงเกี่ยวกับการอัลกุรอานคือ จงอ่านด้วยท่องทำนองอย่างชัดเจน ดังที่กล่าวว่า : "وَ رتّلِ القُرآنَ تَرتیلاً" และจงอ่านอัล-กุรอานเป็นจังหวะอย่างตั้งใจ[1] ท่านอิมาม (อ.) กล่าวอธิบายว่า จงอย่ารีบเร่งอ่านอัลกุรอานเหมือนกับบทกลอน และจงอย่าทิ้งช่วงกระจัดกระจายเหมือนก้อนกรวด[2] เช่นเดียวกันรายงานกล่าวว่า ท่านอิมามริฎอ (อ.) จะอ่านอัลกุรอานจบทุกๆ สามวัน ท่านกล่าวว่า ถ้าหากฉันต้องการอ่านให้จบน้อยกว่า 3 วัน ก็สามารถทำได้ แต่เมื่ออ่านโองการเหล่านั้น ฉันจะคิดและใคร่ครวญเกี่ยวกับโองการเหล่านั้นว่า โองการเหล่านั้นกล่าวถึงเรื่องอะไร และถูกประทานลงมาเกี่ยวกับเรื่องอะไร ในเวลาใด, ด้วยเหตุนี้ ฉันจะอ่านอัลกุรอานจบหนึ่งรอบในทุก 3 ...
  • การรักษาอาการพูดมาก มีแนวทางใดบ้าง?
    12936 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/12/21
    ลิ้นนอกจากจะเป็นความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺแล้วยังเป็นสื่อในการพัฒนาการและเป็นเครื่องมือติดต่อกับคนอื่นอีกด้วย, ขณะเดียวกันลิ้นก็ยังมีความเสียหายรวมอยู่ด้วยอย่างมากมายและยังสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธ์ความผิดบาปต่างๆได้อีกเป็นจำนวนมหาศาลอีกด้วย, สำหรับการควบคุมลิ้นและการใช้ประโยชน์ในที่จำเป็นและมีความสำคัญนั้นในตอนเช้าหลังจากตื่นนอนทุกเช้าจงเตือนตัวเองว่าโปรดระวังรักษาลิ้นของตนให้ดี
  • ถ้าหากไม่ทราบว่าและได้รับประทานเนื้อฮะรอมไป จะมีความผิดอันใดบ้าง?
    5868 สิทธิและกฎหมาย 2554/11/21
    บุคคลใดหลังจากรับประทานอาหารแล้ว, เพิ่งจะรู้ว่านั่นเป็นอาหารฮะรอม, ถ้าหากไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะฮะรอมประกอบกับมีสัญลักษณ์ของฮะลาลด้วยเช่นมาจากร้านของมุสลิม, มิได้กระทำบาปอันใด
  • ริวายะฮ์ที่กล่าวว่า “ในสมัยที่อิมามอลี (อ.) ปกครองอยู่ ท่านมักจะถือแซ่เดินไปตามถนนหนทางและท้องตลาดพร้อมจะลงโทษอาชญากรและผู้กระทำผิด” จริงหรือไม่?
    6623 สิทธิและกฎหมาย 2555/03/18
    สำนักงานท่านอายะตุลลอฮ์อัลอุซมา มะการิม ชีรอซี ริวายะฮ์ข้างต้นกล่าวถึงช่วงรุ่งอรุณขณะที่ท่านสำรวจท้องตลาดในเมืองกูฟะฮ์ และการที่ท่านมักจะพกแซ่ไปด้วยก็เนื่องจากต้องการให้ประชาชนสนใจและให้ความสำคัญกับกฏหมายนั่นเอง สำนักงานท่านอายะตุลลอฮ์อัลอุซมาศอฟีย์ กุลพัยกานี ริวายะฮ์ได้กล่าวไว้เช่นนั้นจริง และสิ่งที่อิมามอลี(อ.) ได้กระทำไปคือสิ่งที่จำเป็นต่อสถานการณ์ในยุคนั้น การห้ามปรามความชั่วย่อมมีหลายวิธีที่จะทำให้บังเกิดผล ดังนั้นจะต้องเลือกวิธีที่จะทำให้สังคมคล้อยตามความถูกต้อง คำตอบของท่านอายะตุลลอฮ์มะฮ์ดี ฮาดาวี เตหะรานี มีดังนี้ หากผู้ปกครองในอิสลามเห็นสมควรว่าจะต้องลงโทษผู้ต้องหาและผู้ร้ายในสถานที่เกิดเหตุ หลังจากที่พิสูจน์ความผิดด้วยวิธีที่ถูกต้อง และพิพากษาตามหลักศาสนาหรือข้อกำหนดที่ผู้ปกครองอิสลามได้กำหนดไว้ การลงทัณฑ์ในสถานที่เกิดเหตุถือว่าไม่ไช่เรื่องผิด และในการนี้ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงริวายะฮ์ดังกล่าวแต่อย่างใด แต่รายงานที่ถูกต้องที่ปรากฏในตำราฮะดีษอย่าง กุตุบอัรบาอะฮ์[1] ก็คือ ท่านอิมามอลี (อ.) พกแซ่เดินไปตามท้องตลาดและมักจะตักเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในเรื่องต่าง ๆ โดยไม่มีตำราเล่มใดบันทึกว่าอิมามอลี (อ.) เคยลงโทษผู้ใดในตลาด
  • อะไรคือเหตุผลที่ต้องชำระคุมุสตามทัศนะชีอะฮ์ ต้องนำจ่ายแก่ผู้ใด และเหตุใดพี่น้องซุนหนี่จึงไม่ปฏิบัติ?
    8750 สิทธิและกฎหมาย 2554/06/28
    1. โองการที่กล่าวถึงศาสนกิจโดยเฉพาะนั้นมีไม่มากเมื่อเทียบกับกุรอานทั้งเล่มเนื่องจากกุรอานจะกล่าวถึงหัวข้อศาสนกิจอย่างกว้างๆเช่นนมาซศีลอด ...ฯลฯและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านนบี(
  • เป็นไปได้อย่างไรที่มนุษย์คนหนึ่งซึ่งตลอดอายุขัยเขาอยู่ท่ามกลางการหลงทาง และประพฤติผิด และ..? แล้วในปรโลกชะตาชีวิตของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปได้ไหม เนื่องจากการทำดี ดุอาอฺ และการวิงวอนขออภัยของคนอื่น ทั้งที่เขาไม่มีบทบาทอันใด?
    8338 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/11/21
    ประเด็นที่คำถามได้กล่าวถึงมิใช่ว่าจะสามารถรับได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม, หรือปฏิเสธโดยสิ้นเชิงร้อยทั้งร้อย, ทว่าขึ้นอยู่กับความผิดที่ได้กระทำลงไปโดยผู้กระทำผิด, เนื่องจากความผิดบางอย่างเช่น “การตั้งภาคีเทียบเทียมพระเจ้า”

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    60324 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    57862 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    42426 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    39688 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    39088 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    34172 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    28206 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    28150 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    28076 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    26026 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...